ความก้าวหน้าของการออกหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญเฉพาะทางการพยาบาลและการผดุงครรภ์ในสาขาต่างๆ

โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สมจิต หนุเจริญกุล

มีข่าวดีที่จะแจ้งให้ผู้สนใจที่จะพัฒนาศักยภาพของตนเองให้เป็นพยาบาลขั้นสูงในฐานะผู้เชี่ยวชาญทางคลินิก พยาบาลเวชปฏิบัติ วิสัญญีพยาบาล และการผดุงครรภ์ ทราบว่าขณะนี้ข้อบังคับฯ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2556 และระเบียบการสอบฯ ได้ผ่านความเห็นชอบจากกรรมการสภาการพยาบาลไปแล้วเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2556 ดังนั้น การฝึกอบรมและการสอบหนังสืออนุมัติและวุฒิบัตรฯ ได้เข้าสู่ระบบใหม่อย่างจริงจัง (อ่าน "ข้อบังคับของสภาการพยาบาลว่าด้วย”หลักเกณฑ์การออกหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรเกี่ยวกับความรู้หรือความชำนาญเฉพาะทางในวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ. 2556” คลิก และ “ระเบียบวิทยาลัยพยาบาลและผดุงครรภ์ขั้นสูงแห่งประเทศไทย เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสอบเพื่อรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรเกี่ยวกับความรู้ความชำนาญเฉพาะทางการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ. 2556” คลิก)

อย่างไรก็ตามในช่วง 2-3 ปีนี้จะยังไม่มีผู้ที่สำเร็จการฝึกอบรมหลักสูตรวุฒิบัตรฯ จึงจะยังไม่สอบวุฒิบัตรฯ แต่จะเป็นการสอบหนังสืออนุมัติฯ เพียงอย่างเดียว ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ปี 2557 จึงขอทำความเข้าใจกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบหนังสืออนุมัติเพื่อให้ผู้ที่มีสิทธิ์ในการสอบเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ ดังต่อไปนี้

1. การสมัครสอบ ต้องสมัครสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ปี คาดว่าการสอบจะเริ่มในปี 2557 ไม่ช้ากว่าเดือนสิงหาคม 2557 ดังนั้นขอให้ผู้ที่วางแผนจะสอบ และมีคุณสมบัติ รวมทั้งผลงานครบได้สมัครสอบในปีนี้ ซึ่งจะประกาศในเร็วๆ นี้

2. คุณสมบัติของผู้สมัครขอสอบ

2.1 ผู้ที่สอบผ่านข้อเขียนในระบบเก่าและยังไม่เกิน 5 ปี นับตั้งแต่สอบผ่านข้อเขียนครั้งแรกจะสอบเฉพาะปากเปล่า (ดูในระเบียบการสอบ)

2.2 ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทตรงสาขา และมีประสบการณ์การทำงานมาแล้วอย่างน้อย 6 ปี หลังสำเร็จการศึกษาปริญญาโท และ สถานที่และลักษณะของการปฏิบัติงานต้องเป็นไปตามเกณฑ์ (ดูรายละเอียดในระเบียบการสอบของแต่ละสาขา) จะต้องสอบทั้งข้อเขียนและสอบปากเปล่า

2.3 พยาบาลวิสัญญี ที่สำเร็จการศึกษาปริญญาโททางการพยาบาลและผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรวิสัญญีพยาบาล มีประสบการณ์ให้ยาระงับความรู้สึกมา 6 ปี (ดูในระเบียบการสอบของสาขาการพยาบาลด้านการให้ยาระงับความรู้สึก) จะต้องสอบทั้งข้อเขียนและปากเปล่า


3. การสอบ ประกอบด้วย การสอบข้อเขียน และการสอบปากเปล่า

3.1 การสอบข้อเขียน ประกอบด้วย

3.1.1 วิชาหลักของการพยาบาลขั้นสูง

3.1.2 วิชาเฉพาะสาขา ซึ่งรวมจริยธรรม จรรยาบรรณและกฎหมายที่เกี่ยวข้องสำหรับสาขาที่มีแขนง จะมีการสอบความรู้ในแขนงตามอัตราส่วนที่กำหนด ในแต่ละสาขา

3.2 การสอบปากเปล่า

ทุกสาขายกเว้นสาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน
(1) การสอบผู้ป่วยจริงจำนวน 2 ราย
(2) การนำเสนอรายงานผู้ป่วย เป็นการให้ผู้สอบนำเสนอรายงานผู้ป่วย จำนวน 3 ราย พร้อมแบบรายงานผู้ป่วย 5 รายที่มีปัญหาแตกต่างกัน
(3) การนำเสนอรายงานผลการวิจัย

สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน
(1) การสอบกรณีศึกษาครอบครัวจากสถานการณ์ที่กำหนด จำนวน 2 ครอบครัว หรือ/ สอบกรณีศึกษาชุมชนจากสถานการณ์ที่กำหนด จำนวน 1 ชุมชน
(2) การนำเสนอรายงานกรณีศึกษาครอบครัว 2 ครอบครัว จาก 5 ครอบครัว ที่มีปัญหาซับซ้อน แตกต่างกันพร้อมแบบรายงาน หรือนำเสนอรายงานกรณีศึกษาชุมชน 1 ชุมชนพร้อมแบบรายงาน
(3) การนำเสนอรายงานผลการวิจัย

4. ลักษณะของงานงานวิจัย

4.1 ต้องเป็นผู้ดำเนินการหลักและมีส่วนร่วมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของผลงาน ตั้งแต่การวางแผน การดำเนินงาน และการจัดทำรายงานตั้งแต่ต้นจนจบ

4.2 ต้องเป็นงานวิจัยที่มุ่งเน้นการปรับปรุงผลลัพธ์ของการบริการสุขภาพในกลุ่มผู้ป่วยหรือผู้ใช้บริการ หรือชุมชนที่เลือกสรร ซึ่งอาจเป็นการวิจัยเชิงระบบ การวิจัยเพื่อพัฒนาการปฏิบัติ หรือการวิจัยทางคลินิกเพื่อแก้ปัญหาในการปฏิบัติ หรือชี้นำการปฏิบัติโดยตรง

4.3 จะต้องตีพิมพ์ไม่เกิน 5 ปี ในวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูลของศูนย์ดัชนีวารสารไทย [Thailand Citation Index Center (TCI)] หรือวารสารที่คณะกรรมการการอุดมศึกษารับรอง หรือวารสารนานาชาติ

5. การเตรียมตัวสอบ สมาคมผู้ปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูงจะจัดประชุมเพื่อเสริมความรู้และทักษะที่จำเป็นให้กับ APN และผู้ที่สนใจจะสอบหนังสืออนุมัติเป็นระยะๆ ขอให้ติดตามข่าวของสมาคมที่ http://apnthai.org/APNA/index.php


ระเบียบการสอบ สาขาต่างๆ

สาขาการผดุงครรภ์
สาขาการพยาบาลอายุรศาสตร์ - ศัลยศาสตร์
สาขาการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต
สาขาการพยาบาลด้านการให้ยาระงับความรู้สึก
สาขาการพยาบาลเด็ก
สาขาการพยาบาลผู้ป่วยโรคติดเชื้อและการควบคุมการติดเชื้อ
สาขาการพยาบาลผู้สูงอายุ
สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน